วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

โซเชียล เน็ทเวอร์ค กับอัมพวา มาร์เก็ตติ้ง

ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึงสังคมเครือข่าย หรือ Social Network โดยเฉพาะบนโลกอินเทอร์เน็ต ที่กลายเป็นประเด็นร้อน จากกระแสการเมือง จนมาถึงปัจจุบันที่นักการตลาดยุคไอที กำลังนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ลดต้นทุน กระตุ้นยอดขาย แต่จะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ลองเทียบเคียงรูปแบบ “ความสำเร็จ” กับโมเดลการตลาดที่ “อัมพวา” จะพบว่ามี 5 C ที่คลับคล้ายคลับคลาราวแฝดคนละฝาทีเดียว
1. Community

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้นำ และชุมชน คือรากฐานที่แข็งแรงที่สุดของสังคมเครือข่าย จะเห็นได้ว่า เว็บไซต์ไมโครบล็อก อย่าง www.twitter.com นั้นเริ่มต้นมีชื่อเสียงก็เพราะ ดาราฮอลลีวู้ด แอชตัน คุชเชอร์ ท้าประลองว่า หากตนทำทวีตเตอร์แข่งกับ ซีเอ็นเอ็น สำนักข่าวระดับโลกแล้ว ใครจะมีผู้ติดตาม (follower) ถึงล้านคนก่อนกัน ผลปรากฏว่า ดาราหนุ่มเป็นฝ่ายมีชัย เลยกลายเป็นข่าวดังทั่วโลก ทั้งนี้ก็เพราะเป็นธรรมเนียมของดารา ที่มีแฟนประจำอยู่แล้ว พวกเขาย่อมอยากทราบความเคลื่อนไหวของดาราคนโปรด ยิ่งเป็นการสื่อความโดยตรงจากเจ้าตัวเอง ไม่ต้องคัดกรองจากสื่ออื่นๆ ก็ยิ่งเกิดความน่าเชื่อถือ ในทำนองเดียวกับที่อัมพวา ต้องยอมรับว่าผู้นำชุมชนเป็นคนทันสมัย เปิดกว้างยอมรับความคิดเห็นใหม่ๆ และมีอำนาจในการโน้มน้าวใจให้ชุมชนคล้อยตาม มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน และที่สำคัญ ลงสำรวจพื้นที่ ออกข่าวให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเองเสมอ โดยไม่ต้องเปลี่ยนโฆษกให้เสียเวลา!


ความร่วมมือของชุมชนมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประสบความสำเร็จ
2. Communication

จะเห็นได้ว่าหลักการของ Web 2.0 ประการหนึ่งก็คือเรื่องของการติดต่อสื่อสาร ผู้ที่เข้ามาอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์สามารถที่จะส่งสาร หรือสร้างเรื่องราวบนเว็บนั้นได้เช่นเดียวกันกับเจ้าของเว็บ และเนื้อหาเหล่านั้นก็มักจะไปในเรื่องราวเดียวกัน (แม้รายละเอียดปลีกย่อยอาจแตกต่างกันบ้าง) เปรียบเหมือน “อัมพวา” ที่ว่าด้วยการหวนรำลึกอดีต ดังนั้นการตกแต่งร้านรวงส่วนใหญ่ก็ยังเน้นเรื่องความเป็นวันวาน ตลาดน้ำ หรือการที่ผู้มาเยือนต้องการสินค้าเฉพาะแบบที่ตนต้องการ ที่นี่ก็มีให้บริการ เช่นการถ่ายภาพที่ระลึก, การเขียนโปสการ์ด, การสลักลายชื่อในเครื่องประดับย้อนยุค การสื่อสารของผู้ที่เกี่ยวข้องในสังคมนี้จึงต้องเป็นภาษาที่ “รู้เรื่อง” เข้าใจความหมายตรงกัน แตกต่าง (เหมือนลายเสื้อยืดคำว่าอัมพวาที่มีหลายลักษณะ) แต่ไม่แตกแยก!

รูปแบบลายเสื้อยืด อัมพวา ที่มีให้เลือกนับพันลาย

รับถ่ายรูปโปสการ์ด ค่ากดชัตเตอร์ 35 บาทเอง !


3. Characteristics

การสร้างลักษณะเฉพาะถือเป็นสิ่งสำคัญ จะเห็นว่า เว็บ โซเชียล เน็ทเวอร์ค ที่มีผู้ติดตามมากๆ นั้นจะมีเอกลักษณ์ เรื่องราวเฉพาะกลุ่ม เช่น http://keng.com/ เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ E- Marketing หรือ Digital Content หรือ http://schoolofsme.com/ จะเป็นเรื่องการตลาด การบริหารธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เช่นเดียวกับ อัมพวา ที่พยายามดึงลักษณะพิเศษของคนในชุมชน เช่น บ้านครูเอื้อ สุนทราภรณ์, หิ่งห้อย, ของโบราณ การรวมกลุ่มกันจัดร้านในสไตล์ตลาดโบราณ มาเป็นจุดขาย ซึ่งหาชมไม่ได้จากสถานที่อื่นๆ เว็บโซเชียลก็เช่นเดียวกัน แม้จะเป็นของฟรี สร้างได้อย่างง่ายดาย แต่การที่จะให้มีผู้ติดตาม (Follower) อย่างเหนียวแน่นนั้นก็ต้องมี “จุดยืน” ที่เป็นประโยชน์ จะมาแค่บอกเล่ากิจวัตร ตื่นกี่โมง นอนกี่โมง เหมือนชาวบ้านปกติเขา สาวกก็คงลดน้อยถอยลงทุกวัน ต่อให้เป็นคนดังระดับไหนก็ตาม


บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน คีตกวีเอกแห่งสยาม อยู่ที่อัมพวา แวะชมผลงานอมตะของท่านได้ที่นี่!

4. Connect

จุดเด่นของเว็บโซเชียลเน็ทเวอร์คประการหนึ่ง คือมีโปรแกรมเชื้อเชิญผู้มาเยือน โดยจะส่งอีเมลไปยังผู้ที่เราเคยส่งอีเมล พร้อมแจ้งถึงเว็บสังคมที่เพิ่งเปิดขึ้น ทำให้มีผู้ติดตามและเข้ามาเยี่ยมชมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาไปโพสต์กระทู้ หรือทำ เว็บให้ขึ้นอันดับต้นๆ ของเว็บค้นหา (เสิร์ชเอ็นจิ้น) ซึ่งไม่ต่างจากอัมพวา เมื่อชุมชนพร้อมที่จะต้อนรับอาคันตุกะ ก็จะมีคณะทำงาน ประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบต่างๆ โดยเชื่อมกับเครือข่ายภายนอก เช่น การจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่าย อัมพวา ปรากฏว่าต้นปีที่ผ่านมามีผู้ส่งเข้าประกวดถึง พันกว่ารูป


ป้ายประชาสัมพันธ์บอกกล่าวแก่ผู้มาเยือนถึงกิจกรรมครั้งต่อไป ซึ่งยังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง


5. Commerce

จะเห็นว่าเรื่องการพาณิชย์จะกลายเป็นเรื่องท้ายๆ ที่เว็บโซเชียล เน็ทเวอร์คคิด เพราะเจ้าของไอเดียที่ทำเว็บเหล่านี้ขึ้นมานั้น จุดประสงค์แรกคือการแบ่งปันข้อมูลให้กับผู้สนใจเรื่องเดียวกัน ได้ติดตามความเคลื่อนไหว ส่วนภายหลังใครจะไปประยุกต์ใช้ทำมาหากินก็คงเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ ไม่ต่างจากอัมพวา นอกจากร้านรวงที่ขายสินค้า อัมพวายังมีสวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เรื่องมะพร้าว , การสาธิต ประดิษฐ์สิ่งของอีกมากมาย ซึ่งเป็นบริการฟรี ที่สำคัญคือ “ความเป็นมิตร” ใครอยากจะถ่ายรูปร้านไหน ส่วนใหญ่ก็ไม่ห้าม แต่ถ้าหากใครไปเดินตามศูนย์การค้าแล้วถือกล้องไปกดภาพ เก็บความประทับใจไว้ คงถูก หน่วยรักษาความปลอดภัยห้างขับไล่ เพราะระแวงว่า “คู่แข่ง” จะมาเก็บข้อมูลการค้าอย่างแน่นอน ทั้งที่ การค้าอย่างแท้จริงคือการสร้างมิตรภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจ พ่อค้าแม่ขายอัมพวาคงได้รับการอบรมเรื่อง “เมตตามาร์เก็ตติ้ง” มาบ้าง พวกเขาจึงไม่ยัดเยียดขายสินค้า ลุงแว่นที่ขายข้าวแต๋น จะเรียกให้ชิมฟรี , คนสีไวโอลินก็ตั้งใจทำเพลง โดยไม่ต้องไปสนใจว่าใครจะมาซื้อซีดีที่เขาบรรเลงหรือไม่, ราคาขายสินค้าก็อยู่ในระดับที่ลูกค้าส่วนใหญ่พึงพอใจจ่าย

พิพิธภัณฑ์มะพร้าว มุ่งให้ความรู้และสาระประโยชน์แก่ผู้เข้าเยี่ยมชม โดยไม่คิดค่าบริการ

ใครใคร่ถ่าย ถ่ายได้ เจ้าของร้านไม่หวง ร้านสมานการค้ากับตำนานกาแฟโบราณริมคลอง....อัมพวา

การทำเว็บโซเชียลเน็ทเวอร์คให้ประสบความสำเร็จ จึงควรจะเป็นการเล่าความประทับใจจากการใช้บริการของร้านค้านั้นๆ , ความรับผิดชอบของเจ้าของผลิตภัณฑ์, คำแนะนำวิธีใช้ที่ทำให้สินค้าเกิดประโยชน์มากที่สุด เนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์เหล่านี้ จะทำให้ผู้เยี่ยมชม อ่านแล้วรู้สึกว่าตนอยากใช้สินค้า โดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เปรียบเหมือนตลาดน้ำอัมพวาทุกวันนี้ แม้ช่วงเสาร์อาทิตย์ จะหาที่จอดรถยากสักปานใด ก็ยังเห็นคนขับไปเยือนอยู่ไม่ขาดสาย เหมือนกลุ่มผู้ติดตาม (follower) ที่นับวันดูเหมือนจะมากขึ้น เพราะการเล่าขานด้วยปากต่อปาก (Viral Marketing) อย่างไม่รู้จบ.....

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น