วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ยุทธศาสตร์บนบาทวิถี

การขายของตามทางเดินเท้านั้นถือเป็น “จรยุทธ์การตลาด” ประเภทหนึ่งซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง แต่มีทุนไม่มาก แค่หาเสื่อปูรองนั่ง หรือเข็นรถไปหาทำเลที่มีคนเดินผ่าน ก็ตั้งร้านขายของได้แล้ว แถมบางที่ยังไม่ต้องเสียค่าเช่าอีก

ถึงแม้จะไม่มีค่าเช่าที่ แต่ต้นทุนเรื่องของเวลาและร่างกายก็ต้องคำนึงถึง ดังนั้นไปขายทั้งที จึงต้องมีวิธีเรียกลูกค้าให้ซื้อของ....

สิบกรณีศึกษาต่อไปนี้ เป็นการขายบนบาทวิถี ที่น่าสนใจไม่น้อย....
วิธีที่ 1 เลือกทำเลที่ดี เช่น หน้าปากซอย ติดทั้งถนนใหญ่และถนนซอย โดยเฉพาะถ้าได้หัวมุม ลูกค้าที่เดินต้องชะลอความเร็วลง เพราะระวังรถที่จะเลี้ยวเข้าออก ทำให้มีโอกาสเห็นร้านมากขึ้น โดยเฉพาะซอยในภาพนี้มีสองป้าย ถือว่า 2 IN 1 ใครจะไปซอยแผ้วเจริญ หรือซอยเลิศแก้ว รถเข็นเกี้ยวทอดเจ้านี้เหมาหมด!!

วิธีที่ 2 แปลก การที่จะทำให้คนหยุดสนใจได้นั้น ต้องเป็นสิ่งที่สะดุดตา แม้แต่การเดาะบอล ก็ทำให้มีรายได้ หากมีความสามารถในด้านนั้นอย่างจริงจัง


วิธีที่ 3 ความสด เสน่ห์อย่างหนึ่งของการขายของตามฟุตบาท คือ ความใหม่ในขณะที่ปรุง ลูกค้าจะเห็นกรรมวิธี และเกิดความมั่นใจว่าผู้ขายไม่เอาของเก่าเก็บค้างคืนมาขาย


วิธีที่ 4 แฟรนไชส์ อย่าคิดว่ามีแต่ร้านในห้างฯ เท่านั้นที่สร้างเครือข่ายได้ ถ้าสินค้ามีคนนิยมมากพอ การสร้างแฟรนไชส์ด้วยรถเข็นก็เป็นสิ่งที่ทำได้ เพราะใช้ทุนไม่มาก สำคัญแต่ว่าต้องรักษามาตรฐานและรสชาติของสินค้าให้มีคุณภาพเดียวกันให้ได้เสียก่อน


วิธีที่ 5 ง่าย การขายแบบแบ่งใส่กล่อง หรือแยกเป็นแพคเก็จไว้จะทำให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย ใช้เวลาในการทำธุรกรรม ไม่นาน ทำให้มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่อยู่ตลอดเวลา

วิธีที่ 6 ลูกค้ามีโอกาสเลือก การขายสินค้าแบบให้ลูกค้ามีส่วนในการเลือก จะช่วยสร้างความพึงพอใจมากกว่า เหมือน พ่อค้าไก่ทอด ที่เพียงติดป้ายไว้ 2 ราคา ว่าปีกชิ้นละ 5 บาท / น่องชิ้นละ 10 บาท แน่นอนว่า แต่ละชิ้นนั้นมีขนาดไม่เท่ากัน เพื่อตัดปัญหาในการเลือกที่รักมักที่ชังกับลูกค้า พ่อค้ารายนี้จึงเปิดโอกาสให้คนซื้อเลือกหยิบเอาตามความพอใจ โดยมีถุงบรรจุห้อยไว้ข้างเสารถเข็น ส่วนเขามีหน้าที่ปรุงให้สุก กับรับเงินค่าสินค้าเท่านั้น

วิธีที่ 7 รวมตัว เขาว่าคนเดียวหัวหาย ดังนั้น ถ้าผู้ขายทั้งหลายรู้จักรวมกลุ่มกันไปขาย สร้างตลาดใหม่ นอกจากจะทำให้บรรยกาศคึกคักขึ้นแล้ว แต่ละร้านยังมีส่วนช่วยเรียกลูกค้าให้มากขึ้นด้วย ผู้ซื้อก็อยากไปเดิน เพราะว่ามีสินค้าให้เลือกเยอะ


วิธีที่ 8 ราคาไม่แพง เพราะการที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่, ค่าน้ำ, ค่าไฟ ทำให้เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าสินค้าที่ขายตามทางเดินสาธารณะนั้น ส่วนใหญ่ราคาจะไม่สูงมาก และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยนิยมซื้อสินค้าแบกะดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว


วิธีที่ 9 ไม่ธรรมดา แม้ว่าจะเป็นสินค้าทั่วไป แต่ถ้าผู้ขายรู้จักเพิ่มมูลค่าของสินค้าก็จะทำให้เกิดความหลากหลาย และสินค้าที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้ก็จะช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างป้ายขายโรตีของเจ้านี้ หากเป็น “โรตีธรรมดา” จะมีราคาต่ำที่สุด

วิธีที่ 10 หาตลาดใหม่ การขายในที่เดิม นานๆ จะพบแต่ลูกค้าเดิม ทำให้มีข้อจำกัดในการพัฒนาสินค้าและขยายตลาด หากมีเวลาควรหาโอกาสที่จะไปเปิดตลาดใหม่ ซึ่งจะทำให้เจอลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และเกิดแนวคิดที่หลากหลาย รวมทั้งถือเป็นการขยายตลาดไปในตัว

วิธีต่างๆ เหล่านี้ ผู้ประกอบการธุรกิจที่คิดยึดบาทวิถีเป็นร้านค้า สามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าสินค้านั้นเหมาะสำหรับใคร และควรจะไปขายให้กับลูกค้านั้นในที่ใด เพราะการขายกลางแจ้งนั้น อากาศมีผลต่ออารมณ์มาก ต้องทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็วที่สุด
ลูกค้ายืนคิดนานเท่าไร โอกาสที่จะขายของได้ยิ่งยากขึ้นไปเท่านั้น!!??

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น