
“ร้านหนังสือ” เป็นธุรกิจที่ผมอยากทำตั้งแต่สมัยเด็กๆ เพราะเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เลยคิดว่าน่าจะมีความสุขถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบ
ที่สำคัญการสั่งซื้อหนังสือจากเว็บไซต์ต้องใช้เวลาในการขนส่ง

ผมสานฝันนั้นอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อมีโอกาสเซ้งตึกห้องแถว ตรงข้ามเซ็นทรัลปิ่นเกล้าได้ จึงเปิดร้านหนังสือขึ้นทันที ในช่วงนั้น การนำสินค้าเข้าร้านมี 2 วิธีคือ
1. ไปรับจากโรงพิมพ์โดยตรง วิธีนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการไปรับ-ส่งหนังสือเอง
2. ติดต่อร้านจำหน่ายหนังสือที่เป็นสายส่งในละแวกใกล้เคียง วิธีนี้ เปรียบไปแล้วร้านเราก็เป็นเสมือนสาขาหนึ่งของร้านเขา พอขายได้ เขาก็แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ มีตั้งแต่ 10-20 % แน่นอนว่ากำไรจะน้อยกว่าการไปรับจากโรงพิมพ์โดยตรง แต่ข้อดีก็คือเขาจะมีมอเตอร์ไซต์วิ่งมาเปลี่ยนหนังสือใหม่ให้ทุกวัน ครบ 7 วันก็จะเคลียร์บัญชีกันที โดยต้องมีการวางเงินค่าประกันสินค้า (หนังสือส่วนใหญ่เขาก็รับคืนถ้าขายไม่ได้ แต่บางเล่มที่ผู้อ่านนิยมมากๆ ก็ขายขาด)
ธุรกิจหนังสือ ถ้าทำเนื้อหาดี ย่อมมีคนอ่านติดตามตลอด บางรายมาถามที่ร้านทุกเดือนว่า “ออกหรือยัง?” โดยเฉพาะพวกหนังสือพิมพ์กีฬารายวัน ขับรถผ่านหน้าร้าน เป็นต้องบีบแตร เรียกซื้อทุกทีไป
อย่างไรก็ตามยังมีคนซื้ออีกกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องยืนอ่านพิจารณาเนื้อหาด้านในเสียก่อนตัดสินใจซื้อ (เขาว่าอย่าตัดสินหนังสือแค่ปก) เพราะนอกจากจะมีหนังสือให้เลือกมากขึ้นแล้ว ราคาหนังสือก็มีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย (ยุคนั้น หนังสือพิมพ์รายวันเล่มละ 8 บาท)
อย่างไรก็ตามยังมีคนซื้ออีกกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องยืนอ่านพิจารณาเนื้อหาด้านในเสียก่อนตัดสินใจซื้อ (เขาว่าอย่าตัดสินหนังสือแค่ปก) เพราะนอกจากจะมีหนังสือให้เลือกมากขึ้นแล้ว ราคาหนังสือก็มีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย (ยุคนั้น หนังสือพิมพ์รายวันเล่มละ 8 บาท)
หนังสือบางเล่มจึงตัดสินใจใส่ถุงพลาสติก เพื่อป้องกันการยืนอ่านฟรี ต้องซื้อกลับไปแกะอ่านที่บ้าน เรื่องนี้เป็นที่เข้าใจได้ เพราะหนังสือบางเล่มก็ถูกทึ้งจนเยิน ถ้าไม่มีลูกค้าซื้อไป คนขายก็เปลี่ยนคืนโรงพิมพ์ไม่ได้ ต้องควักกระเป๋าเข้าเนื้อตัวเอง ร้านหนังสือเล็กๆ บางแห่ง จึงตัดสินใจใส่ถุงนิตยสารที่มีราคาแพงทุกปก เพื่อรักษาสภาพของหนังสือ แต่ผมก็ยังเห็นคนยืนอ่านพาดหัวบนปกก่อนซื้ออยู่ดี
ร้านขายหนังสือในต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเลือกทำเลใกล้ท่ารถ หรือหน้าตลาด เพราะมีคนเดินพลุกพล่าน แม้ว่าการขายหนังสือแต่ละเล่ม ไม่ได้สร้างผลกำไรให้กับเจ้าของมากมาย แต่ก็ถือว่าเป็น “แม่เหล็ก” ในการดึงคนมามุง เจ้าของร้านส่วนใหญ่ จึงมักหารายได้เสริมด้วยการขายน้ำ ขายบุหรี่ โดยมีแผงล๊อตตารี่เป็นเครื่องเคียง
บางคนหัวใส รับรายได้เสริมด้วยการแทรกใบโฆษณาเข้าไปในหนังสือพิมพ์อีก
ช่วงที่อินเทอร์เน็ตบูมใหม่ๆ ก็มีคนเกรงว่า ธุรกิจหนังสือจะแย่ เพราะคนจะแห่กันไปอ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ตหมด แต่ เจฟฟ์ เบซอส กลับมองวิกฤติเป็นโอกาส เอาอินเทอร์เน็ตมาเป็นร้านขายหนังสือเสียเลย
เพราะเขารู้ดีว่า หนังสือแต่ละเล่มที่มีการตั้งราคาสูงนั้น กำไรครึ่งหนึ่งของราคาปกต้องแบ่งให้กับหน้าร้านขายกับกลุ่มสายส่ง ถ้าตัด “คนกลาง” เหล่านี้ออกไปแล้วขายตรงให้กับผู้อ่าน ก็น่าจะขายในราคาที่ถูกกว่าได้
แนวความคิดนี้ ร้านหนังสือยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์นแอนด์โนเบิล ไม่เชื่อว่า เบซอสจะผลักดัน http://www.amazon.com/ ไปถึงฝั่งได้ เพราะรู้พฤติกรรมว่าคนที่เป็นหนอนหนังสือนั้น ต้องการเวลาในการพิจารณาเนื้อหาหนังสือก่อนซื้อ เขาจึงจัดบริเวณให้คนนั่ง ได้เลือกอ่านหนังสือตามสบายก่อนซื้อ
เพียงห้าปีต่อมา ยอดขายหนังสือในร้านอเมซอนกลับเติบโตขึ้นอย่างพรวดพราด เพราะหนังสือที่พิมพ์จำหน่าย หากเป็นชื่อเรื่องเดียวกันนั้นรูปลักษณ์เก็หมือนกันหมด เมื่อร้านไหนขายถูกกว่า คนก็แห่ไปซื้อหนังสือจากร้านนั้น
เพราะเขารู้ดีว่า หนังสือแต่ละเล่มที่มีการตั้งราคาสูงนั้น กำไรครึ่งหนึ่งของราคาปกต้องแบ่งให้กับหน้าร้านขายกับกลุ่มสายส่ง ถ้าตัด “คนกลาง” เหล่านี้ออกไปแล้วขายตรงให้กับผู้อ่าน ก็น่าจะขายในราคาที่ถูกกว่าได้
แนวความคิดนี้ ร้านหนังสือยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์นแอนด์โนเบิล ไม่เชื่อว่า เบซอสจะผลักดัน http://www.amazon.com/ ไปถึงฝั่งได้ เพราะรู้พฤติกรรมว่าคนที่เป็นหนอนหนังสือนั้น ต้องการเวลาในการพิจารณาเนื้อหาหนังสือก่อนซื้อ เขาจึงจัดบริเวณให้คนนั่ง ได้เลือกอ่านหนังสือตามสบายก่อนซื้อ
เพียงห้าปีต่อมา ยอดขายหนังสือในร้านอเมซอนกลับเติบโตขึ้นอย่างพรวดพราด เพราะหนังสือที่พิมพ์จำหน่าย หากเป็นชื่อเรื่องเดียวกันนั้นรูปลักษณ์เก็หมือนกันหมด เมื่อร้านไหนขายถูกกว่า คนก็แห่ไปซื้อหนังสือจากร้านนั้น
ในที่สุด บาร์นแอนด์โนเบิล ก็ต้องกลับลำ หันมาทำเว็บไซต์ขายหนังสือบ้าง!!
ผมเคยมีประสบการณ์การซื้อหนังสือออนไลน์ ซึ่งมีทั้งรู้สึกดีและเสียความรู้สึกอยู่บ้าง....
ร้านหนังสือออนไลน์ส่วนใหญ่จะมีราคาจำหน่ายถูกกว่าการซื้อจากร้านหนังสือทั่วไป แต่อย่าลืมว่าต้องมีค่าขนส่ง ซึ่งบางร้านเมื่อรวมราคากันแล้วแพงกว่าการใช้บัตรลดสมาชิกอีกด้วย
ที่สำคัญการสั่งซื้อหนังสือจากเว็บไซต์ต้องใช้เวลาในการขนส่งร้านแรกที่ผมซื้อนั้น เมื่อเลือกเล่มที่ต้องการได้แล้ว เขาก็จะมีช่องให้กรอกเลือกโอนเงินบัญชีธนาคาร และทันทีที่โอนเงินเสร็จก็จะมีอีเมลแจ้งได้รับชำระเงิน กล่าวขอบคุณแล้วยังบอกกำหนดการวันที่จะได้รับหนังสือเรียบร้อย เพื่อตัดความกังวลใจในขณะที่ลูกค้าต้องตั้งตารอ
ในขณะที่อีกร้านหนึ่ง หายเงียบไปเลย จนต้องโทรสอบถาม เจ้าหน้าที่จึงจะติดตามเรื่องให้
ผมได้รับหนังสือตรงตามกำหนดที่ร้านหนังสือเจ้าแรกแจ้งไว้
ส่วนอีกร้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่โทรมาขออภัยว่ากำลังสั่งซื้อหนังสือเล่มที่ว่าจากโรงพิมพ์อยู่ หากได้รับเมื่อไรจะรีบจัดส่งให้ทันที !!!
การทำ “อีคอมเมิร์ช” นั้น บางคนบอกว่าเหมือน “จับเสือมือเปล่า” เอาแคตาล็อกสินค้ามาแสกนแล้วรอลูกค้าจ่ายเงินมาก่อน ค่อยไปสั่งซื้อสินค้ามาส่ง นั้นถือว่าเป็น “ความเสี่ยง” ที่ลูกค้าจะได้รับความรู้สึกที่ไม่ดี เพราะเขาถือว่าได้ชำระเงินไปแล้ว ครั้งต่อไปเขาก็จะหันไปใช้บริการร้านค้าอื่นที่ได้รับความสะดวกใจมากกว่า
ทุกวันนี้ ร้านหนังสือออนไลน์ร้านแรกที่มีอีเมลของผม จะเมลมาแจ้งรายการหนังสือใหม่ๆ ให้ผมพิจารณาทุกสัปดาห์ เพราะหวังใจว่า คงมีหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งที่ผมต้องการ จะได้กลับไปใช้บริการของเขาอีก...
อย่างไรก็ตาม การทำร้านหนังสือบนดินก็ถือว่ายังเป็นธุรกิจที่มี “อนาคต” เพราะลูกค้าซื้อสินค้าได้ทันที อีกทั้งยังมีหนังสือใหม่ออกมาต่อเนื่อง อย่างปีพ.ศ. 2551 มีหนังสือปกใหม่เฉลี่ยเข้าร้านถึง 1,112 ชื่อเรื่องต่อเดือน ซึ่งยังถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 10 เท่า
การทำร้านหนังสือให้อยู่รอด จึงขึ้นอยู่กับการให้บริการของเจ้าของร้านและทีมงานว่าจะ “ขายอย่างไร” ให้ผู้ซื้อประทับใจและหวนกลับมาใช้บริการใหม่....
อย่าคิดว่า ทำงานร้านหนังสือ แล้ว “สบาย” ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่เห็น เพราะถ้าจะเริ่มงานในวงการได้ อันดับแรก ต้องมีความรักและสนใจในหนังสือ เช่น หนังสือเล่มนั้นนักเขียนชื่ออะไร เคยเขียนเล่มอื่น ๆ ไว้แล้วบ้างหรือไม่ ผลงานสร้างชื่อคือเล่มไหน นอกจากมีความสนใจหลัก แล้วต้องมีความสนใจรอง เช่น ตนชอบอ่านนิยายมากกว่า แต่ก็ต้องชอบหนังสือแนวธุรกิจหรือพัฒนาตนเองเป็นอันดับรอง ๆ ความสนใจเหล่านี้ จะช่วยให้รู้จักหนังสือกว้างมากขึ้น พอลูกค้าถาม ก็ตอบได้ทันที แบบนี้ลูกค้าจะรู้สึกว่าเป็นผู้ที่มีความรู้จริงในสินค้า
อันดับต่อมา ต้องมีใจรักงานบริการ รู้มาก แต่ไม่กล้าเจรจากับลูกค้า ธุรกิจในฝันอาจพังทลายลงได้ ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส มีสัมมาคารวะ พกมาให้ครบเครื่อง ในร้านหนังสือขนาดใหญ่ ที่มีชั้นวางหนังสือหลาย ๆ ชั้น หนังสือเป็นพันเล่ม เมื่อลูกค้าหาไม่เจอ เราควรพาลูกค้าไปที่ชั้นนั้น ๆ ด้วย เพราะหนังสือที่เคยวางอยู่ อาจโดนขาย หรือย้ายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ ทำให้ลูกค้าหงุดหงิดที่เดินไปถามพนักงานแต่ก็ยังไม่ได้เรื่องที่ต้องการอยู่ดี
อันดับต่อมา ต้องมีใจรักงานบริการ รู้มาก แต่ไม่กล้าเจรจากับลูกค้า ธุรกิจในฝันอาจพังทลายลงได้ ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส มีสัมมาคารวะ พกมาให้ครบเครื่อง ในร้านหนังสือขนาดใหญ่ ที่มีชั้นวางหนังสือหลาย ๆ ชั้น หนังสือเป็นพันเล่ม เมื่อลูกค้าหาไม่เจอ เราควรพาลูกค้าไปที่ชั้นนั้น ๆ ด้วย เพราะหนังสือที่เคยวางอยู่ อาจโดนขาย หรือย้ายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ ทำให้ลูกค้าหงุดหงิดที่เดินไปถามพนักงานแต่ก็ยังไม่ได้เรื่องที่ต้องการอยู่ดี
นอกจากนี้ความสมบูรณ์และแข็งแรงของร่างกายและจิตใจยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจร้านหนังสือเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น
หนังสือ เล่มเดียวอาจยังไม่หนักมาก แต่เมื่อรวมกันเข้า อย่าเหมาเอาว่า จะมีขนาด หรือน้ำหนักเท่ากันทุกเล่ม หนังสือที่มีขนาดกว้างยาวเท่ากัน จะมีน้ำหนักต่างกันราวสามขีด ถึงครึ่งกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าและชนิดของกระดาษ หากมีร่างกายไม่แข็งแรง ควรหาตัวช่วยอย่าง รถเข็น ที่มักพบเห็นในห้องสมุดก็จะช่วยผ่อนแรงได้มาก อย่าเสี่ยงยกหนังสือคราวละมาก ๆ เพราะอาจทำให้บาดเจ็บได้
ด้านจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญในงานบริการ เพราะเราไม่สามารถเลือกลูกค้าได้ การขายหนังสือนั้น ย่อมมีลูกค้าหลากหลาย เช่นเดียวกับประเภทหนังสือ ยกเว้นว่าจะเปิดร้านขายหนังสือธรรมะเพียงอย่างเดียว เราก็อาจจะได้ลูกค้าที่เจริญสติและมีคุณธรรมสูง แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอด เพราะหนังสือประเภทนี้ ยังมีการแจกเป็นธรรมทาน หรือจ่ายตามจิตศรัทธาอยู่
การรับมือกับอารมณ์ของลูกค้า จึงต้องพยายามลดคำถามจากปากลูกค้า เช่น ช่วงนี้หนังสืออะไรขายดี!? เราก็จัดป้ายท๊อปเท็นยอดฮิตหนังสือที่คนซื้อบ่อยไว้ด้านหลังแคชเชียร์ หนังสือเด๊ทโน๊ต อยู่ตรงไหน เราก็ต้องจัดหนังสือแยกเป็นหมวดหมู่ เป็นแนวธุรกิจ, พัฒนาตัวเอง, การ์ตูน ฯลฯ วิธีนี้ก็จะทำให้ลูกค้าหาของที่ต้องการง่าย แม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีข้อมูลเตรียมพร้อมในกรณีที่ผู้ซื้อมาถามชื่อนักเขียน หรือหนังสือ เราก็จะมีคำตอบให้พวกเขาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลานำลูกค้าทัวร์ร้าน...
วันนี้ ผมทำหน้าที่ของคนเขียนหนังสือ แต่ถ้าวันหน้ามีโอกาส ก็ยังอยากเป็นเจ้าของร้านขายหนังสืออีก เพราะยังไง หนังสือก็ยังถือว่าเป็นแหล่งความรู้ที่ผู้คนเข้าถึงง่าย และ "ความรู้" ก็เป็น "สินทรัพย์" ที่ใครก็ขโมยไปจากเราไม่ได้....

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น